ข่าวสาร

ว่าด้วยเรื่อง Crytocurrency, Digital Token และ Blockchain

โดย Duangthida Thongterm

เรื่องน่ารู้ก่อนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล  

สินทรัพย์ดิจิทัล นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในยุคที่เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วิวัฒนาการของเทคโนโลยี โทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ตโฟน มีผลกระทบต่อผู้คนอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการสื่อสาร การคมนาคม ตลอดจนด้านการเงิน การลงทุน และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคำว่า คริปโทเคอร์เรนซี โทเคนดิจิทัล และบล็อกเชน  เป็นศัพท์ที่ได้ยินกันอย่างคุ้นหูเลยทีเดียว บางครั้งก็มีคนชวนลงทุนเพราะผลตอบแทนงามและได้กำไรเร็ว หรือบางครั้งก็มีคนตักเตือนให้ระวังเพราะราคาผันผวน อาจจะทำให้ขาดทุนหรือหมดตัวได้ง่าย จากการเติบโตของสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว หากจะไปลงทุนทั้งที่ยังไม่รู้จักสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทต่างๆ อย่างถ่องแท้  ถือเป็นความเสี่ยงที่ไม่มีใครดูแลเลยก็ว่าได้ บทความนี้จะช่วยคลายความสงสัยว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคืออะไร และเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ขับเคลื่อนสินทรัพย์ดิจิทัลทำงานอย่างไร

ทำความรู้จัก  Cryptocurrency  หรือที่เรียกสั้นๆว่า "คริปโท"

Cryptocurrency คือ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่ต้องอาศัยการเข้ารหัส โดยคำว่า "Cryptography" หมายถึง การเข้ารหัส ส่วนคำว่า "Currency" หมายถึง สกุลเงิน ทำให้คริปโทเคอร์เรนซีเป็นเงินดิจิทัลที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นสกุลเงินในอนาคต ที่จะเข้ามามีบทบาทในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยกัน  

คริปโทเคอร์เรนซี จะมีการเข้ารหัสลับเพื่อรับประกันธุรกรรม หรือยืนยันความถูกต้องของการโอนสินทรัพย์ โดยทำงานบนเทคโนโลยีที่เรียกว่า ‘บล็อกเชน’ (Blockchain) ซึ่งเป็นเหมือนระบบกล่องบันทึกและส่งข้อมูล ที่ทุกคนในระบบจะได้รับบันทึกการทำธุรกรรมอย่างทั่วถึงเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของกันและกัน บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่ไม่มีตัวกลาง ใช้เพียงคอมพิวเตอร์ในการตรวจสอบและส่งข้อมูล และระบบ Blockchain ช่วยให้การชำระเงินออนไลน์ รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ระหว่างบุคคล เป็นไปอย่างน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และรับรองความถูกต้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีคนกลางมาดำเนินการ

ความน่าสนใจของคริปโทเคอร์เรนซี

ความน่าสนใจของคริปโทเคอร์เรนซี อยู่ที่กลไกลสำหรับการซื้อขายคริปโทที่จะแปรผันตามราคากลางในตลาด ซึ่งปัจจุบัน Cryptocurrency ยังไม่ถือเป็นเงินตราตามกฎหมาย (ยกเว้นในบางประเทศ) เนื่องจากไม่มีหน่วยงานสากล หรือรัฐบาลใดเข้ามาควบคุมการจัดการได้ ทำให้บางครั้งคริปโทก็ถูกเรียกว่า "สกุลเงินเสมือน" แบ่งออกเป็นสกุลเงินต่างๆ มากมาย หรือที่เรามักเรียกว่า "เหรียญ" เช่น เหรียญบิตคอยน์ เป็นต้น  

 Digital Token สินทรัพย์ทางเลือกที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ  

โทเคนดิจิทัล (Digital Token) คือ หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดโอกาสให้บริษัทกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของบุคคลในการแลกเปลี่ยนเงินจริง สินค้า บริการ และสิทธิในการร่วมลงทุน (Investment Token) ถือเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่คล้ายกับหุ้นทั่วไป ซึ่งการซื้อขายโทเคนคือการระดมทุนแบบ Initial Coin Offering ที่จะต้องอยู่ภายใต้ Smart Contract บนเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งตามกฎหมายไทยจะแบ่งได้ 2 ประเภทดังนี้  

  1. Investment Token: โทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือโทเคนในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการ กิจการ หรือธุรกิจ เช่น ให้สิทธิจากส่วนแบ่งรายได้ ค่าเช่า หรือผลกำไรจากการลงทุน โดยผู้ออกโทเคนจะให้ส่วนแบ่งนี้แก่คุณเป็นรายปี รายไตรมาส หรือแม้แต่รายเดือน ตามแต่ที่ผู้ออกโทเคนกำหนดไว้ใน White Paper ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบก็คงคล้ายกับการลงทุนในหลักทรัพย์นั่นเอง
  2. Utility Token: โทเคนดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือโทเคนในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง พออธิบายแบบนี้อาจจะดูวิชาการไปนิดใช่มั้ยล่ะครับ ถ้าให้เปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คงคล้ายกับการที่คุณถือแต้ม reward point ซึ่งสามารถนำไป redeem แลกรับสิทธิพิเศษจากแพลตฟอร์ม ร้านค้า หรือโครงการที่ผู้ออกโทเคนดิจิทัลกำหนดไว้ เช่น สิทธิเข้าพักฟรีสำหรับโทเคนที่เป็นโรงแรมที่พัก หรือสิทธิเข้าถึงสินค้า limited edition สำหรับโทเคนที่เป็นร้านค้า

Digital Token น่าสนใจอย่างไร  

เพราะเมื่อคุณเป็นผู้ถือ “โทเคนดิจิทัล” (Digital Token) ผ่าน ICO Portal กับ Kubix นั้น ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ทำให้รูปแบบความเป็นไปได้ในลงทุนนั้นกว้างขึ้น ช่วยให้นอกจากคุณจะได้รับผลตอบแทนในรูปของตัวเงินแล้ว ยังได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่ระบุไว้ใน White Paper หรือเอกสารประกอบการเสนอขายอีกด้วยครับ ซึ่งสิทธิที่ได้รับจากการถือโทเคนดิจิทัลนั้นจะทำให้การลงทุนกับไลฟ์สไตล์ของคุณเป็นเรื่องเดียวกัน เช่น

  • สิทธิ์การเข้าพักฟรี (สำหรับโทเคนประเภทโรงแรมที่พัก)
  • สิทธิ์การรับส่วนลดพิเศษ (สำหรับโทเคนประเภทร้านค้า)
  • สิทธิ์การเป็นแขกรับเชิญพิเศษ (สำหรับโทเคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจความบันเทิง)
  • และอีกหลากหลายสิทธิ์ตามแต่ผู้ออกโทเคนต้องการจะนำเสนอ

เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)  

บล็อกเชน คือเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลซึ่งไม่มีตัวกลาง แต่ข้อมูลที่ได้รับการปกป้องจะถูกแชร์และจัดเก็บเป็นสำเนาไว้ในเครื่องของทุกคนที่ใช้ฐานข้อมูลเดียวกันเสมือนห่วงโซ่ (Chain) โดยทุกคนจะรับทราบร่วมกัน ว่าใครเป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลตัวจริง เมื่อมีการอัปเดตข้อมูลใด ๆ สำเนาข้อมูลในฐานเดียวกันก็จะอัปเดตตามไปด้วยทันที

บล็อกเชน เปรียบเหมือนกับสื่อกลางที่เอาไว้ใช้ดำเนินธุรกรรม และทุกอย่างในโลกคริปโท โดยเริ่มต้นจากการสร้างชุดเก็บข้อมูลที่เรียกว่า Block แล้วส่งไปเรียงต่อกันเรื่อย ๆ ในลักษณะคล้ายโซ่คล้องกันเรียกว่า Chain โดยมีรหัสเข้าผ่านคอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัย ที่สามารถรู้ได้ว่าข้อมูลถูกเก็บเวลาใด หรือมีการแก้ไขหรือไม่ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งและกระจายเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่ในเครือข่าย ข้อมูลที่ถูกเขียนลงไปแล้วจึงมีทั้งความน่าเชื่อถือ ช่วยลดเวลาและต้นทุนในการป้องกันระบบเพราะทุกคนในเครือข่ายจะเห็นการเปลี่ยนแปลงพร้อมๆกัน

ดังนั้นเราจึงนำบล็อกเชนมาใช้ในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเก็บข้อมูลจำนวนเสินทรัพย์ดิจิทัลที่ทุกคนมี หรือจำนวนการโอนทุกครั้ง เข้าไปในบล็อกแต่ละบล็อกต่อกันไปเรื่อยๆ และกระจายไปให้ทุกคนในเครือข่ายรับรู้ จึงทำให้เงินดิจิทัลนั้นมีความโปร่งใส และปลอดภัยจากการแก้ไขของคนใดคนหนึ่ง ที่สำคัญคือเมื่อกระจายไปให้ทุกคนแล้ว ช่วยทำให้ลดความเสี่ยงว่าระบบจะล่มพร้อมกันแล้วทำให้ข้อมูลที่ถูกเก็บหายไปด้วย  

การทำงานของเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถช่วยลดเวลาและต้นทุนในการป้องกันระบบ เนื่องจากธุรกรรมที่อยู่บนบล็อกเชนมีหลักฐาน โดยจะถูกคัดลอกไปยังคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องในเครือข่ายบนบล็อกเชน นั่นหมายความว่าทุกคนสามารถตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมหรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนบล็อกเชนได้อย่างอิสระนั่นเอง

เรียกได้ว่า สินทรัพย์ดิจิทัล เป็นสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงใหม่ ที่ต้องบอกว่า ณ ปัจจุบันมีหลายๆ หน่วยงานให้ความสนใจและเข้าไปศึกษา  เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวผู้บริโภคและผู้ลงทุนมากกว่าที่คิด! 

scroll top iconBack to top